เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2569 นายลอว์เรนส์ หว่อง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ ได้แถลงถึงความจำเป็นในการดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อเสริมความมั่นคงด้านพลังงานและห่วงโซ่อุปทาน ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดจากสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ

นายกรัฐมนตรีระบุว่า หากแหล่งพลังงานและเส้นทางขนส่งสำคัญในตะวันออกกลางยังคงถูกจำกัดนานเกินไป จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยรัฐบาลได้เร่งหาซัพพลายใหม่เพื่อรองรับความต้องการ

ในขณะเดียวกัน ภาคอุตสาหกรรมในประเทศเริ่มปรับตัว โรงกลั่นน้ำมันและบริษัทปิโตรเคมีได้ลดกำลังการผลิตและเริ่มจัดหาน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นนอกตะวันออกกลาง ขณะที่ผู้นำเข้าก๊าซธรรมชาติก็กำลังมองหาซัพพลายจากผู้ผลิตทั่วโลก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้จัดทำมาตรการบรรเทาผลกระทบในระยะสั้นเพื่อช่วยลดภาระของประชาชนและภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังคงไม่แน่นอน

การแถลงของนายกรัฐมนตรีเกิดขึ้นในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศว่าประเทศจะยังคงดำเนินการทางทหารต่ออิหร่าน โดยไม่มีกรอบเวลาที่ชัดเจนในการยุติความขัดแย้ง ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่าสถานการณ์ที่ยืดเยื้ออาจส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานและห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคเอเชียอย่างต่อเนื่อง