เกิดเหตุโกลาหลในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน เมื่อรถแท็กซี่ไร้คนขับจำนวนนับร้อยคันเกิดหยุดทำงานกะทันหันกลางท้องถนน ส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาตและจุดชนวนการถกเถียงเรื่องความปลอดภัยของเทคโนโลยีไร้คนขับอีกครั้ง ด้านตำรวจระบุเกิดจากระบบขัดข้อง

รถแท็กซี่ไร้คนขับ (Robotaxi) จำนวนมากหยุดชะงักอยู่กลางถนนในเมืองอู่ฮั่น เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าเกิดจาก "ระบบทำงานผิดปกติ" ส่งผลให้รถยนต์จำนวนนับร้อยคันไม่สามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้

ภาพเหตุการณ์ที่ถูกแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียเผยให้เห็นสภาพการจราจรที่ติดขัดอย่างหนัก โดยมีวิดีโอตัวหนึ่งแสดงภาพที่ดูเหมือนจะเป็นอุบัติเหตุรถชนบนทางหลวงอันเนื่องมาจากเหตุระบบขัดข้อง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่ายังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้โดยสารที่อยู่ในรถขณะเกิดเหตุสามารถออกจากตัวรถได้อย่างปลอดภัย

ปัจจุบันทางบริษัท Baidu (ไป่ตู้) ผู้ให้บริการแท็กซี่ไร้คนขับภายใต้แบรนด์ Apollo Go ยังไม่ได้ออกมาให้ความเห็นใดๆ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะที่ตำรวจระบุว่ากำลังอยู่ระหว่างการสืบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดเพิ่มเติม

เหตุการณ์นี้สร้างความกังวลให้แก่อุตสาหกรรมเทคโนโลยีไร้คนขับทั่วโลก เนื่องจากไป่ตู้มีแผนที่จะขยายบริการ Apollo Go ไปยังต่างประเทศ โดยเมื่อปลายปี 2025 ที่ผ่านมาเพิ่งประกาศความร่วมมือกับ Uber และ Lyft เพื่อเตรียมทดสอบรถรุ่นดังกล่าวบนถนนในสหราชอาณาจักรภายในปี 2026 นี้

ศาสตราจารย์ แจ็ค สติลโก จาก University College London (UCL) ให้ความเห็นว่า แม้เทคโนโลยีไร้คนขับอาจจะมีความปลอดภัยมากกว่ามนุษย์โดยเฉลี่ย แต่เหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่า "ระบบยังคงสามารถผิดพลาดในรูปแบบใหม่ๆ ที่เราไม่เคยเจอมาก่อน" และสังคมจำเป็นต้องทำความเข้าใจความเสี่ยงประเภทใหม่นี้ให้ดีก่อนที่จะใช้งานอย่างแพร่หลาย

...

ย้อนกลับไปในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา เทคโนโลยีรถยนต์ไร้คนขับต้องเผชิญกับอุปสรรคหลายครั้ง โดยเมื่อธันวาคม 2025 เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในซานฟรานซิสโก ส่งผลให้รถแท็กซี่ Waymo หยุดทำงานพร้อมกันจนเกิดรถติดทั่วเมือง ส่วนในสิงหาคม 2025 รถแท็กซี่ Apollo Go ในเมืองฉงชิ่ง ประสบอุบัติเหตุตกลงไปในบ่อเขตก่อสร้างขณะที่มีผู้โดยสารอยู่ภายในรถ

เหตุการณ์ที่อู่ฮั่นครั้งนี้จึงเป็นเครื่องตอกย้ำว่า แม้เทคโนโลยีจะก้าวล้ำไปเพียงใด แต่เสถียรภาพของระบบและการควบคุมความเสี่ยงในวงกว้างยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่ผู้พัฒนาต้องเร่งแก้ไข.





ที่มา BBC