ผบช.ก. แถลงกองปราบเปิดปฏิบัติการ “Zero Shadow” ล่า ล้าง เงา รับเลือกตั้ง 8 ก.พ. 69 ทลายเครือข่ายมือปืน-ผู้มีอิทธิพล พร้อมตรวจค้น 130 จุดทั่วประเทศ จับผู้ต้องหา 92 ราย ยึดอาวุธปืนจำนวนมาก

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 6 ก.พ. 69 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ พร้อมด้วย พ.ต.อ.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ ผกก. 1 บก.ป. , พ.ต.อ.นดิวิทย์ ธนาสิทธิ์นิติกุล ผกก.2 บก.ป. , พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. , พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. , พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกอิ่น ผกก.5 บก.ป. , พ.ต.อ.อนุสรณ์ ทองไสย รรท.ผกก.6 บก.ป. , พ.ต.อ.ภัทรพล ปัทมวงศ์ ผกก.สนับสนุน บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติ “Zero shadow : ล่า ล้าง เงา” ระดมกวาดล้างผู้มีอิทธิพลและกลุ่มมือปืนรับจ้าง ก่อนการเลือกตั้ง 8 ก.พ.69

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การดำเนินงานของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบตร. เป็นเรื่องที่ทราบอยู่แล้วในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา หลายครั้งเป็นฤดูกาลแห่งการใช้ความรุนแรง มีการทำร้ายหัวคะแนนหรือผู้สมัครรับเลือกตั้งด้วยกันเอง เพื่อกำจัดคู่แข่ง ดังที่ทราบอยู่แล้วว่าจะมีการเลือกตั้งในวันที่ 8 ก.พ.นี้ ดังนั้นตำรวจสอบสวนกลางโดยกองบังคับการปราบปราม จึงเปิดปฏิบัติการ “Zero Shadow : ล่า ล้าง เงา” เพื่อต้องการให้คะแนนเสียงของพี่น้องประชาชนเลือกมาด้วยความโปร่งใส ไม่ใช่คะแนนเสียงที่เปื้อนเลือด จนเป็นที่มาที่ไปของการปฏิบัติการนี้ ในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา มีผลปฏิบัติการจับกุม การกวาดล้างอาวุธปืน จับกุมเครือข่ายผู้มีอิทธิพล ในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ

...


พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ กล่าวว่า สำหรับปฏิบัติการดังกล่าว มีการตรวจค้นเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 130 จุดทั่วประเทศ แบ่งเป็นการเข้าตรวจค้นจับกุม ผู้มีอิทธิพล ผู้มีหมายจับในคดีสำคัญ เครือข่ายค้าอาวุธที่เจ้าหน้าที่ติดตามความเคลื่อนไหว 2 เครือข่ายใหญ่ รวมทั้งจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 92 ราย เป็นหมายจับคดีค้าอาวุธทั้งหมด 3 ราย หมายจับที่เกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลและชอบใช้ความรุนแรง 33 ราย จับกุมอาวุธปืนที่อยู่ในเครือข่ายค้าอาวุธปืน 58 ราย ตรวจยึดของกลางเป็นอาวุธปืน 86 กระบอก และเครื่องกระสุนมากถึง 8,184 นัด เงินสดรวม 6,858,760 บาท พร้อมโทรศัพท์มือถือและสมุดบัญชีธนาคารจำนวนมาก

สำหรับผลการปฏิบัติที่สำคัญ ได้แก่ คดีสังหารกำนันยอง (พัทลุง-สงขลา) มีการบูรณาการกำลัง กก.2 - กก.4 และ 6 บก.ป. แกะรอยทีมสังหารที่แยกย้ายกันอยู่ข้ามภาค จนสามารถบุกจับกุมกลุ่มเป้าหมายได้ในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ และ จ.นครนายก โดยเฉพาะการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับครบทั้ง 4 ราย ยึดปืน 13 กระบอก และยึดกระสุนอาวุธสงคราม (5.56) ถึง 360 นัด และคดีอุ้มเรียกค่าไถ่เขาจิงโจ้ (ปฏิบัติการ TAKEDOWN MAFIA) : ปิดล้อมตรวจค้น 11 จุด ในพื้นที่จ.ตรัง, จ.สุราษฎร์ธานี และ จ.กระบี่ จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับครบทั้ง 5 ราย ยึดอาวุธปืน SIG SAUER, CZ 75 B, ปืนลูกซองยาว และหลักฐานสำคัญหลายรายการที่ใช้ในการกระทำความผิด, จับกุมบุคคลตามปฏิทินหมายจับของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 2568 เป็นคดีฆ่า รวม 2 ราย, ทลายเครือข่ายอิฐ บางแม่นาง ค้ากระสุนปืนออนไลน์รายใหญ่ ยึดปืน 8 กระบอกและกระสุนจำนวนมาก, จับกุมแก๊งตำรวจปลอมรายสุดท้าย แอบอ้างชื่อ “กองปราบ” ไปอุ้มรีดทรัพย์ประชาชน และจับกุมผู้ต้องหา หมายจับคดีฆ่าและพยายามฆ่า ซึ่งมีความเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงกับผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ รวมทั้งสิ้น 17 หมายจับ


ขณะที่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวยืนยันทิ้งท้ายว่า การปฏิบัติการ “Zero Shadow” คือการส่งสัญญาณเตือนชัดเจนไปยังกลุ่มอิทธิพลว่า พื้นที่สำหรับการกระทำเหนือกฎหมายไม่มีอยู่อีกต่อไป และการยึดอาวุธและเครื่องกระสุนจำนวนมหาศาลในครั้งนี้ คือการหยุดยั้งเหตุร้ายที่อาจเกิดขึ้นกับชีวิตประชาชน ล่วงหน้า เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในการออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งตามอุดมการณ์ “คะแนนเสียงต้องไม่เปื้อนเลือด” อย่างแท้จริง