สถานการณ์ภัยพิบัติทางธรณีวิทยาในหมู่บ้านปอนด็อก บาเล็ก เกตอล จังหวัดอาเจะห์ ประเทศอินโดนีเซีย กำลังส่งผลกระทบอย่างหนักต่อชุมชนและเกษตรกร หลังจากที่หลุมยุบยักษ์ได้ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 18 ไร่ โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรที่สำคัญ
จากรายงานของสำนักงานทรัพยากรพลังงานและแร่ธาตุแห่งอาเจะห์ ระบุว่า หลุมยุบขนาดใหญ่ในอำเภออาเจะห์กลาง มีการขยายตัวเพิ่มขึ้นเฉลี่ยวันละ 1 เมตร ซึ่งทำให้ชาวบ้านเริ่มวิตกกังวล เนื่องจากระยะห่างระหว่างปากหลุมและชุมชนลดลงเหลือเพียง 400 เมตรเท่านั้น
พลโท ซูฮารยันโต ผู้อำนวยการสำนักงานจัดการภัยพิบัติแห่งชาติ (BNPB) กล่าวว่า รัฐบาลกำลังดำเนินมาตรการป้องกันการทำลายล้างต่อโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเคลื่อนย้ายเสาไฟฟ้าแรงสูง และการสร้างถนนทางเลือกใหม่เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ตามปกติ
กระทรวงโยธาธิการได้สั่งระงับการปล่อยน้ำทิ้งจากชุมชนสู่บริเวณหลุมยุบชั่วคราว เพื่อลดปัจจัยที่ทำให้ดินอ่อนตัวและพังทลาย
นายมุลยาดี เจ้าหน้าที่จากกระทรวงโยธาธิการ เปิดเผยว่า ทีมงานกำลังศึกษาทางเทคนิคเพื่อหาวิธีการรับมือที่ปลอดภัย โดยขณะนี้ได้มีการติดตั้งแนวเขตกั้นเพื่อห้ามชาวบ้านเข้าใกล้บริเวณขอบหลุมยุบ
ทางการท้องถิ่นได้ประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตกหนักซึ่งอาจเร่งให้ดินเกิดการกัดเซาะและทรุดตัวเร็วขึ้น
ทั้งนี้ ทีมบรรเทาสาธารณภัยกำลังเร่งประเมินสาเหตุของการเกิดหลุมยุบ โดยคาดว่าจะมีผลการศึกษาและแนวทางการแก้ไขปัญหามาให้ได้ภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ 2026