“ดนุชา” แจงปมปั๊มแห้ง เหตุคนแห่เติมทะลักวันละ 100 ล้านลิตร ทำขนส่งเติมไม่ทัน ยันนำเข้าน้ำมันดิบมีสำรองล้นกว่า 3,400 ล้านลิตร สั่งติดป้ายราคาสกัดโก่งกำไร
วันที่ 23 มีนาคม 2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) แถลงสรุปผลการตรวจสอบสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงสุดสัปดาห์ หลังนายกรัฐมนตรีสั่งการด่วนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบสต็อกน้ำมันทั่วประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนว่า ในช่วง 2 วันที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรม โดยกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ได้เข้าตรวจสอบคลังน้ำมันหลัก 8 แห่ง อาทิ คลังน้ำมัน ปตท. คลองเตย, คลังลำลูกกา, บางจาก, เชลล์, ไออาร์พีซี สมุทรปราการ และคลัง P.S.P. ผลการตรวจสอบไม่พบความผิดปกติ ปริมาณน้ำมันที่มีอยู่จริงตรงกับบัญชีรายรับ-จ่ายทั้งหมด ไร้ร่องรอยการกักตุนสินค้า
เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชี้แจงเหตุผลที่ประชาชนเห็นป้าย “น้ำมันหมด” ในบางสถานีบริการว่า เกิดจากพฤติกรรมการใช้น้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างผิดปกติจากความหวั่นเกรงว่าจะขาดแคลน จากเดิมใช้เฉลี่ย 65-66 ล้านลิตร/วัน พุ่งขึ้นมาเป็น 84 ล้านลิตร และบางวันแตะ 100 ล้านลิตร ปั๊มที่เคยขายได้ทั้งวัน (15,000 ลิตร) กลับขายหมดภายในครึ่งวัน ทำให้รถขนส่งเติมไม่ทัน เพราะการส่งน้ำมันทางท่อต้องรอรอบตามปฏิทินและไม่สามารถส่งได้ทุกชนิด จึงอาจเกิดความล่าช้าในบางพื้นที่
ข้อมูลจากกรมศุลกากรระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 1-20 มีนาคม มีน้ำมันดิบนำเข้าแล้วกว่า 3,400 ล้านลิตร ซึ่งเพียงพอต่อการใช้ในประเทศแน่นอน ขณะที่โรงกลั่นทั่วประเทศได้เร่งกำลังการผลิตเต็มสูบจาก 100% เป็น 110% เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำมันสำเร็จรูปให้ทันต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น
...
นอกจากนี้ กรมการปกครองได้เข้าตรวจปั๊มน้ำมัน 9,387 แห่ง พบว่ามีปัญหาด้านการขนส่งประมาณ 8,000 แห่ง ซึ่งขณะนี้รัฐบาลได้ผ่อนปรนให้รถน้ำมันวิ่งขนส่งได้ 24 ชั่วโมงแล้ว คาดว่าสถานการณ์ในปั๊มบางจากที่เหลือปัญหาไม่ถึง 200 แห่ง จะคลี่คลายภายใน 2-3 วันนี้ พร้อมย้ำให้ทุกคลังและสถานีบริการต้องติดป้ายราคาน้ำมันให้ชัดเจนและห้ามสูงเกินกว่าราคาควบคุมโดยเด็ดขาด