รัฐบาลออสเตรเลียประกาศมาตรการสั่งระงับสิทธิ์ชาวอิหร่านผู้ถือวีซ่าท่องเที่ยวอย่างถูกต้อง ไม่ให้เข้าประเทศชั่วคราวเป็นเวลา 6 เดือน อ้างความมั่นคงและป้องกันการลี้ภัยแฝง ด้านกลุ่มสิทธิมนุษยชนและ สส. ฝ่ายค้านรุมสับเป็น "ความล้มเหลวทางศีลธรรม" และสร้างบรรทัดฐานที่อันตราย
รัฐบาลออสเตรเลียประกาศมาตรการสั่งห้ามชาวอิหร่านที่มีวีซ่าท่องเที่ยวถูกต้อง เดินทางเข้าสู่ออสเตรเลียเป็นเวลา 6 เดือน โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันพฤหัสบดีนี้เป็นต้นไป เนื่องจากกังวลว่านักท่องเที่ยวเหล่านี้อาจจะไม่เดินทางกลับประเทศหลังวีซ่าหมดอายุ ท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นายโทนี เบิร์ก รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ระบุว่าการตัดสินใจพำนักถาวรในออสเตรเลียควรเป็นกระบวนการที่รัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ใช่ผลลัพธ์จากการจองตั๋วมาเที่ยวแล้วไม่ยอมกลับ พร้อมย้ำว่ามาตรการนี้จะช่วยให้รัฐบาลมีเวลาประเมินสถานการณ์อย่างเหมาะสมในระหว่างที่สภาวะโลกกำลังตึงเครียด อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้จะมีข้อยกเว้นให้เฉพาะคู่สมรสและบุตรของพลเมืองออสเตรเลีย รวมถึงอาจพิจารณาเป็นกรณีพิเศษสำหรับบิดามารดาของพลเมืองด้วย
คำสั่งดังกล่าวสร้างแรงกระเพื่อมอย่างหนัก โดยกลุ่มปกป้องสิทธิผู้ลี้ภัยและนักการเมืองหลายฝ่ายออกมาโจมตีอย่างรุนแรง โดยกลุ่ม Asylum Seeker Resource Centre ระบุว่านี่คือ "การทรยศต่อชุมชนชาวอิหร่าน" และเป็นความล้มเหลวทางศีลธรรมที่น่าตกใจ ในขณะที่ชาวอิหร่านกำลังต้องการความปลอดภัย รัฐบาลกลับปิดประตูใส่พวกเขา
ด้านนายซาลี สเต็กกัล สส. อิสระ เตือนว่าการยกเลิกวีซ่าที่ออกโดยชอบธรรมตามกฎหมาย จะทำลายความเชื่อมั่นในระบบการตรวจคนเข้าเมืองและสร้างบรรทัดฐานที่อันตราย ส่วนพรรคกรีนวิจารณ์ว่ามาตรการนี้เผยให้เห็นธาตุแท้ของรัฐบาลที่อ้างว่าสนับสนุนชาวอิหร่าน แต่ในทางปฏิบัติกลับขัดขวางการขอลี้ภัยอย่างสิ้นเชิง
...
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ออสเตรเลียเพิ่งออกวีซ่าด้านมนุษยธรรมให้กับนักฟุตบอลหญิงทีมชาติอิหร่าน 7 คนเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบันมาตรการแบนนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ถือวีซ่าชาวอิหร่านประมาณ 6,800 ราย และที่สำคัญคือมาตรการนี้ถูกบังคับใช้กับ "พลเมืองอิหร่านเท่านั้น" โดยไม่มีประเทศอื่นเกี่ยวข้อง.
ที่มา BBC