ผอ.กองคดีเทคโนโลยีฯ ดีเอสไอ เผยออกหมายเรียก "ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว" 12 มี.ค. รับทราบข้อกล่าวหาคดีเว็บพนัน ยังเป็นกำหนดการเดิม เจ้าตัวไม่ได้ส่งเอกสารแจ้งขอเลื่อน ย้ำพนักงานสอบสวนจะถามในทุกประเด็น ส่วนอีก 24 รายที่มีหมายจับ ส่วนใหญ่อยู่ต่างประเทศ

วันที่ 7 มี.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากที่คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นและจับกุมผู้ต้องหาบางส่วนในคดีที่เกี่ยวข้องกับการทำเว็บพนันออนไลน์ ในคดีพิเศษที่ 150/2568 ฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สมคบและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นแอดมินเว็บพนันออนไลน์ ชื่อ น.ส.นารีรัตน์ โดยวันที่ 5 มี.ค. สามารถจับกุมตัวได้ในพื้นที่เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร และได้นำตัวยื่นขอฝากขังต่อศาลอาญาเมื่อวันที่ 6 มี.ค. โดยคณะพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการปล่อยตัวชั่วคราว และศาลอนุญาตให้ฝากขังครั้งที่ 1 เป็นระยะเวลา 12 วัน และไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 

ทั้งนี้ จึงยังเหลือผู้ต้องหาตามหมายจับศาลเพียง 24 ราย ที่อยู่ระหว่างการติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดี แต่โดยส่วนใหญ่พบว่าผู้ต้องหาล้วนอาศัยอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งก็ไม่เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด หากผู้ต้องหามีการเดินทางกลับเข้ามายังประเทศไทย ก็สามารถเข้าจับกุมตัวและนำตัวส่งฝากขังศาลได้ 

ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กล่าวว่า ในส่วนของการออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่นักการเมืองชายที่ได้กำหนดนัดหมายเป็นวันที่ 12 มี.ค. เวลา 10.00 น. ณ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ฐานความผิดร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ สมคบและร่วมกันฟอกเงิน จากการตรวจสอบยังไม่พบว่าผู้ต้องหาได้มีการส่งเอกสารขอแจ้งเลื่อนเข้ารับทราบข้อกล่าวหากับพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด จึงยังคงเป็นกำหนดการเดิม

...

สำหรับประเด็นการสอบสวนปากคำนักการเมืองชาย ก็จะเกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงิน เพราะคดีพิเศษนี้ พนักงานสอบสวน และ ปปง. ดำเนินการเกี่ยวกับการฟอกเงินจากเว็บพนัน จึงต้องไล่ดูข้อมูลทางการแพ่งและตามด้วยทางอาญาตามลำดับ แต่ยืนยันว่า พนักงานสอบสวนจะเน้นสอบถามในทุกประเด็น ไม่โฟกัสเพียงแค่เรื่องใดเรื่องหนึ่ง เพราะเราอยากให้การทำสำนวนมีความรอบคอบและรัดกุมครบถ้วน พร้อมทิ้งท้ายว่า ส่วนผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา จำนวน 24 รายที่เหลือ ส่วนใหญ่ล้วนอยู่ต่างประเทศ 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในการแถลงข่าวของกรมสอบสวนคดีพิเศษ และรมว.ยุติธรรม ได้ให้คำยืนยันในเรื่องของเอกสิทธิ์คุ้มครองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่ออยู่ระหว่างต้องโทษคดีอาญา ว่า การเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็อาจจะได้รับเอกสิทธิ์คุ้มครอง เมื่อพนักงานสอบสวนได้มีหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาไปยัง นายชนนพัฒฐ์ ให้เข้าพบวันที่ 12 มี.ค. ซึ่งปัจจุบันยังไม่อยู่ในระหว่างการเปิดสมัยประชุมสภาฯ 

ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงยังมีอำนาจในการดำเนินการ หากนายชนนพัฒฐ์ ไม่เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกรับทราบข้อกล่าวหาครั้งที่ 1 โดยมีการแจ้งเลื่อนด้วยเหตุผลใดก็ตาม พนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการออกหมายเรียกครั้งที่ 2 แทน แต่หากผู้ต้องหายังคงไม่เดินทางเข้าพบและไม่ประสานแจ้งเหตุผลการไม่ปรากฏตัวต่อหน้าพนักงานสอบสวน ทางพนักงานสอบสวนก็จะดำเนินการขอศาลออกหมายจับ แต่หากช่วงนั้นตรงกับการเปิดสมัยประชุมสภาฯ นายชนนพัฒฐ์ก็จะได้รับเอกสิทธิ์ที่ต้องห้ามในการที่จะจับกุมหรือควบคุมตัว เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากสภาผู้แทนราษฎร