หลายประเทศกำลังเริ่มใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานในประเทศของตัวเอง หลังราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
หลังจากสงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล กับอิหร่าน ปะทุขึ้นเมื่อ 1 เดือนก่อน จนส่งผลให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หลายประเทศกำลังเริ่มใช้มาตรการขั้นเด็ดขาดเพื่อรับมือกับวิกฤตพลังงานในประเทศของตัวเองที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ธนาคาร “เจพีมอร์แกน” (JPMorgan) เตือนในรายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า ภูมิภาคเอเชียจะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับผลกระทบ และแรงสั่นสะเทือนนี้จะขยายวงกว้างไปทางชาติตะวันตก
โปแลนด์เป็นประเทศล่าสุดต่อจาก เกาหลีใต้, จีน, โครเอเชีย และฮังการี ที่ประกาศใช้มาตรการกำหนดเพดานราคาน้ำมัน
ส่วนที่ฝรั่งเศส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแถลงเมื่อวันศุกร์ว่า กำลังใช้มาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันแบบเฉพาะกลุ่มสำหรับภาคการขนส่ง เกษตรกรรม และการประมง รวมถึงนโยบายช่วยเหลือครัวเรือนที่มีรายได้น้อยในการจ่ายค่าพลังงาน
ที่ประเทศจอร์แดน นายกรัฐมนตรีประกาศมาตรการประหยัดพลังงานหลายอย่างในวันจันทร์ (30 มี.ค. 2569) อาทิ การสั่งห้ามใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความร้อนในหน่วยงานรัฐและสถาบันสาธารณะ, ห้ามใช้รถยนต์หลวงยกเว้นในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ และระงับการเดินทางทั้งหมดของคณะตัวแทนจากภาครัฐ
ขณะที่อิตาลี, ออสเตรเลีย และไอร์แลนด์ ใช้มาตรการประกาศลดภาษีน้ำมันเบนซินและดีเซลในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เพื่อพยายามตรึงราคาให้ต่ำลง
...
ด้านสหราชอาณาจักรเตรียมงบประมาณ 50 ล้านปอนด์ (ราว 1,124 ล้านบาท) เพื่อช่วยเหลือครัวเรือนรายได้น้อยที่ใช้เครื่องทำความร้อนด้วยน้ำมันก๊าด เนื่องจากคนกลุ่มนี้ไม่ได้รับความคุ้มครองภายใต้มาตรการเพดานราคาพลังงานที่มีอยู่เดิมเหมือนครัวเรือนส่วนใหญ่ในอังกฤษ
ที่ญี่ปุ่น รัฐบาลเริ่มระบายน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ออกมาใช้ในปริมาณเท่ากับการบริโภค 30 วันเมื่อสัปดาห์ก่อน และได้อนุมัติเงินอุดหนุนเพื่อพยายามรักษาค่าน้ำมันให้อยู่ในระดับเฉลี่ยประมาณ 170 เยน (ราว 34.9 บาท) ต่อลิตร
ขณะที่ฟิลิปปินส์กลายเป็นประเทศแรกที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติอันเนื่องมาจากวิกฤตพลังงานเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยมีการนำมาตรการอุดหนุนราคาน้ำมันและมาตรการอื่น ๆ มาใช้เพื่อลดต้นทุนการขนส่ง รวมถึงดำเนินขั้นตอนทางกฎหมายเพื่อลดการฉวยโอกาสทำกำไรเกินควรและการกักตุนสินค้าด้วย
และที่อียิปต์ นายกรัฐมนตรีประกาศมาตรการชั่วคราวต่างๆ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อลดการใช้พลังงาน เช่น การให้พนักงานบางส่วนสามารถทำงานทางไกลได้, การชะลอโครงการของรัฐที่ใช้เชื้อเพลิงสูง และการสั่งปิดร้านค้าเร็วขึ้น โดยปัจจุบันร้านค้าและคาเฟ่ต้องปิดในเวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับกรุงไคโรที่ปกติธุรกิจต่าง ๆ จะเปิดให้บริการจนดึกดื่น
ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign
ที่มา : cnn