ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ถล่มโครงสร้างพื้นฐานพลังงานอิหร่านให้สิ้นซาก หากไม่ยอมเปิดเส้นทางเดินเรือช่องแคบฮอร์มุซภายใน 48 ชั่วโมง ด้านอิหร่านโต้กลับด้วยการส่งขีปนาวุธโจมตีอิสราเอลครั้งรุนแรง มีผู้บาดเจ็บนับร้อย ขณะที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้ประกาศคำขาดผ่านทางทรูธโซเชียล โดยให้เวลาอิหร่านเพียง 48 ชั่วโมงในการกลับมาเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้เรือสินค้าผ่านได้ตามปกติ มิเช่นนั้นสหรัฐฯ จะปฏิบัติการ "ถล่มและทำลาย" โรงไฟฟ้าของอิหร่านให้ราบคาบ โดยจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับแรก

คำขู่นี้มีกำหนดเส้นตายตรงกับเวลา 23:44 น.ของวันจันทร์ (23 มี.ค.) ตามเวลามาตรฐานสากล ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดถึงขีดสุด หลังจากอิหร่านสั่งปิดช่องแคบซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันดิบถึง 1 ใน 5 ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบเบรนต์ทะยานสูงขึ้นเกิน 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที

เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนคำขู่ของทรัมป์ อิหร่านได้เปิดฉากโจมตีอิสราเอลทางตอนใต้อย่างหนักหน่วง ขีปนาวุธสามารถฝ่าระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าถล่มอาคารที่พักอาศัยในเมืองอาราด และเมืองดิมอนา  ซึ่งเป็นที่ตั้งขอศูนย์นิวเคลียร์สำคัญของอิสราเอล แรงระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บรวมกว่า 100 ราย  ด้านนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล ประกาศลั่นจะตอบโต้คืน "ในทุกแนวรบ" และได้ส่งฝูงบินถล่มกรุงเตหะรานในเวลาต่อมา

ทางด้านกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านระบุว่า การโจมตีครั้งนี้เป็นการแก้แค้นที่อิสราเอลถล่มโรงงานนิวเคลียร์นาทานซ์ เมื่อช่วงกลางปี 2025 พร้อมขู่ว่าหากสหรัฐฯ ลงมือตามคำขู่ อิหร่านจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานพลังงานและระบบผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ และพันธมิตรในภูมิภาคทันที

...



สงครามซึ่งล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ได้ขยายวงกว้างไปทั่วภูมิภาค โดยมีรายงานว่าอิหร่านพยายามยิงขีปนาวุธข้ามทวีปโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ-อังกฤษที่เกาะดิเอโกการ์เซีย ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 4,000 กิโลเมตร แม้จะไม่สำเร็จแต่ถือเป็นการโจมตีระยะไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา นอกจากนี้ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ยังรายงานว่าถูกโจมตีทางอากาศเช่นกัน หลังจากอิหร่านเตือนไม่ให้ยอมใช้พื้นที่เป็นฐานโจมตีตน

ผู้นำจากหลายประเทศ เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี และเกาหลีใต้ ได้ออกแถลงการณ์ร่วมประณามการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่นายราฟาเอล กรอสซี ผู้อำนวยการ IAEA เรียกร้องให้ทุกฝ่ายยับยั้งชั่งใจอย่างสูงสุดเพื่อหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุนิวเคลียร์ที่อาจเกิดขึ้นจากการโจมตีสถานประกอบการปรมาณู

แม้ผู้นำสูงสุดคนปัจจุบันของอิหร่าน "โมจตาบา คาเมเนอี" จะยังไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่รับตำแหน่งต่อจากบิดาที่เสียชีวิตในสงคราม แต่นักวิเคราะห์มองว่ารัฐบาลเตหะรานมีความยืดหยุ่นและขีดความสามารถในการตอบโต้ที่ทนทานกว่าที่สหรัฐฯ คาดการณ์ไว้มาก ทำให้โลกต้องจับตาดูว่าเมื่อสิ้นสุด 48 ชั่วโมงนี้ สถานการณ์จะก้าวข้ามไปสู่สงครามเต็มรูปแบบหรือไม่.


ที่มา AFP