เมื่อวันที่ 3 เม.ย. เวลา 14.07 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง โดยมีท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ข้าราชการและประชาชนเฝ้าฯรับเสด็จ จากนั้นสมเด็จพระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เสด็จฯเข้าพลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงคม ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล จากนั้นทรงเสด็จฯไปยังมณฑลพิธีบวงสรวง ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน และธูป แล้วทรงปักธูปทางที่เครื่องบวงสรวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงคม แล้วเสด็จฯไปยังมณฑลพิธียกเสาพระเมรุมาศ ทรงถือสายสูตรยกเสาพระเมรุมาศขึ้นตั้ง เสด็จฯไปยังโต๊ะบวงสรวง ทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะบวงสรวง ต่อมาเสด็จฯไป ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จฯไปทรงคมที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร กล่าวว่า เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว กรมศิลปากรจะทำการยกเสาอีก 3 ต้น โดยเวียนประทักษิณ หรือเวียนขวาไปจนยกเสาขึ้นครบทั้ง 4 มุม จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งโครงสร้างเครื่องยอด และโครงสร้างส่วนอื่นๆ ของพระเมรุมาศต่อไป และสถาปนิก วิศวกร และช่าง ศิลปกรรมจะเริ่มขั้นตอนการขยายแบบหรือการเขียนแบบขยายด้วยมาตราส่วนเท่าของจริงทุกองค์ประกอบ โดยได้มีการจัดสร้างโรงขยายแบบขึ้น ณ ท้องสนามหลวง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการเขียนแบบองค์ประกอบขนาดใหญ่ ซึ่งงานก่อสร้างและงานขยายแบบจะดำเนินงานคู่ขนานกันไปจนกว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดในเดือน ต.ค.นี้ ทั้งนี้ กรมศิลปากรได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จ พระกนิษฐา ธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี เมื่อครั้งการออกแบบพระเมรุ สมเด็จ พระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวง นราธิวาสราชนครินทร์ ในปี 2551 ที่ได้พระราชทานแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุ โดยมีพระราชดำริให้ลดการใช้ไม้ให้น้อยที่สุด เลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ที่ช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็ว แข็งแรง และสามารถรื้อถอนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ กรมศิลปากรจึงเลือกใช้โครงสร้างเหล็กทดแทนไม้ และนำวัสดุและวิธีการสมัยใหม่มาผลิตองค์ประกอบต่างๆ เช่น ชิ้นงานตกแต่งทางสถาปัตยกรรมอย่าง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ กระจัง เฟื่อง และลวดลายประดับต่างๆ ซึ่งผลิตด้วยวัสดุสังเคราะห์ทดแทนไม้