องค์การยูเนสโก (UNESCO) เปิดเผยว่า การโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลในอิหร่าน ได้สร้างความเสียหายต่อแหล่งมรดกทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ไปแล้วอย่างน้อย 132 แห่ง หวั่นความเสียหายขยายวง
ฮัสซัน ฟาร์ตูซี เลขาธิการคณะกรรมาธิการแห่งชาติยูเนสโกของอิหร่าน ระบุว่าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเป็นวงกว้าง จนอิหร่านต้องยื่นคำร้องขอเพิ่มรายชื่อแหล่งมรดกที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ
ยูเนสโก (UNESCO) ยืนยันความเสียหายในหลายสถานที่สำคัญ ได้แก่ พระราชวังโกเลสถาน พระราชวังหรูสมัยราชวงศ์กอญัรในกรุงเตหะราน ซึ่งพบความเสียหายต่อเพดานกระจก ผนังโมเสก และโครงสร้างบางส่วน
รวมถึงพระราชวังเชเฮลโซตูน พระราชวังในศตวรรษที่ 17 และมัสยิดจาเมห์แห่งอิสฟาฮาน มัสยิดโบราณที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ
นอกจากนี้ ยังพบความเสียหายในพื้นที่ใกล้ หุบเขาคอร์รามะบาด ซึ่งเป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่มีหลักฐานการอยู่อาศัยของมนุษย์ย้อนหลังไปถึงราว 63,000 ปีก่อนคริสตกาล

เจ้าหน้าที่อิหร่านระบุว่า ความเสียหายเหล่านี้ประเมินค่าไม่ได้ และไม่สามารถฟื้นฟูให้กลับมาเหมือนเดิมได้ พร้อมกล่าวหาว่า การโจมตีดังกล่าวเป็นการจงใจ เนื่องจากทั้งสหรัฐและอิสราเอลมีเทคโนโลยีที่สามารถระบุเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ
...
ด้านยูเนสโกชี้แจงว่า ได้ส่งข้อมูลพิกัดของแหล่งมรดกให้ทุกฝ่ายล่วงหน้า เพื่อให้ใช้ความระมัดระวังในการปฏิบัติการทางทหารแล้ว
ทั้งนี้ ผลกระทบต่อแหล่งมรดกไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในอิหร่าน แต่ยังกระจายไปยังประเทศอื่นในตะวันออกกลาง โดยยูเนสโกกำลังติดตามความเสียหายในหลายพื้นที่.

ที่มา : AP
คลิกอ่านข่าวเกี่ยวกับ ข่าวต่างประเทศ