“สกลธี” เหน็บรัฐบาล ชาวบ้านเปลี่ยนชื่อ “กรมควบคุมมลพิษ” เป็น “กรมแจ้งเตือน” ไปแล้ว จี้บรรจุวาระ PM 2.5 ในคำแถลงนโยบายสัปดาห์หน้า ชู “ปักกิ่งโมเดล” ใช้ไม้แข็งผสมไม้นวม จี้ 4 ข้อเสนอต่อรัฐบาลชุดใหม่
วันนี้ 1 เมษายน 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายสกลธี ภัททิยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนขอให้สภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญติดตามการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยย้ำว่าอากาศสะอาดคือสิทธิขั้นพื้นฐานที่คนไทยถูกละเมิดมานานเกือบ 10 ปี
นายสกลธี ระบุว่าสาเหตุหลักของฝุ่นมาจาก 3 ส่วนคือ การเผาป่าและพื้นที่เกษตร รวมถึงจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีจุดความร้อนพุ่งสูงกว่า 12,000 จุด มลพิษจากเครื่องยนต์ดีเซลในเมืองใหญ่ และโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งที่ผ่านมาไทยแก้ปัญหาแบบปลายเหตุมาตลอด
“วันนี้กรมควบคุมมลพิษถูกชาวบ้านเรียกว่า “กรมแจ้งเตือนมลพิษ” ไปแล้ว เพราะทำได้แค่แจ้งเตือน แต่ควบคุมอะไรไม่ได้เลย การสั่ง Work from Home หรือแค่ขึ้นแอปฯ เตือน มันคือการแก้ที่ปลายเหตุ” นายสกลธี กล่าว
นายสกลธี เสนอให้รัฐบาลเรียนรู้จากประเทศจีนที่สามารถลดค่าฝุ่นในเมืองใหญ่ลงได้กว่า 50% ภายใน 7 ปี ผ่านมาตรการที่เด็ดขาด คือ Zero Burning Policy สั่งห้ามเผาเด็ดขาด จับจริง ปรับจริง และลงโทษเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นที่ปล่อยให้มีการเผา ปฏิวัติยานพาหนะ เปลี่ยนรถสาธารณะเป็น EV 100% และใช้มาตรการจำกัดการใช้รถดีเซล เช่น การจับฉลากทะเบียน หรือวิ่งวันคู่-วันคี่ ย้ายฐานอุตสาหกรรม สั่งปิดหรือย้ายโรงงานรอบเมืองหลวง และสั่งหยุดงานทันทีเมื่อค่าฝุ่นวิกฤต ใช้ไม้นวมช่วยเกษตรกร รัฐบาลจีนอัดงบประมาณมหาศาลสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล สนับสนุนเครื่องไถกลบ และสร้างตลาดรองรับเศษวัสดุเกษตร ซึ่งไทยยังไม่เคยทำอย่างจริงจัง
...
นายสกลธีได้เสนอ 4 ข้อ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
1. รัฐบาลต้องบรรจุแนวทางแก้ปัญหา PM 2.5 ไว้อย่างชัดเจนและจริงจังในการแถลงนโยบายรัฐบาลที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า
2. คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ต้องรีบรับรองร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด ที่ค้างอยู่ตั้งแต่สมัยสภาชุดที่แล้ว ให้มีผลบังคับใช้โดยเร็ว
3. ต้องมีการจัดสรรงบอุดหนุนเพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยตรง ไม่ใช่แค่กระจายงบไปตามกระทรวงต่าง ๆ
4. สนับสนุนการตั้ง กมธ. วิสามัญเพื่อติดตามการทำงานของรัฐบาลและเป็นหูเป็นตาให้ประชาชน
“เราจะห่วงแต่คะแนนเสียงจนไม่กล้าใช้มาตรการเข้มข้นไม่ได้แล้ว ถ้าอยากเห็นปอดของลูกหลานเราสะอาดเหมือนเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้หรือปักกิ่ง เราต้องกล้าเปลี่ยนโครงสร้างตั้งแต่วันนี้” นายสกลธี กล่าว