ภาพจากแฟ้ม
ศาลอาญาพิพากษาจำคุก “สนธิ ลิ้มทองกุล” 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ชดใช้เงิน 2 ล้านบาท คดีหมิ่นประมาท “ธนกร นันที” ปมกล่าวหาทุจริต 5 เรื่อง
ที่ห้องพิจารณา 714 ศาลอาญา เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 เม.ย. ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.2851/2566 ที่นายธนกร นันที อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อในเครือผู้จัดการ และผู้จัดรายการสนธิทอล์ก ในข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา
โดยในวันนี้เป็นการเลื่อนฟังคำพิพากษามาจากวันที่ 24 ก.พ. เนื่องจากในครั้งนั้นนายสนธิประสบอุบัติเหตุ ลื่นล้มหัวแตกทำให้ต้องพักรักษาตัว 2-3 สัปดาห์ ซึ่งการฟังคำพิพากษาในวันนี้นายสนธิได้เดินทางเข้ามาพร้อมกับทนายความส่วนตัว
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2566 , วันที่ 2 ก.ค. 2566 , วันที่ 1 ก.ย. 2566 และ 3 ก.ย. 2566 จำเลยกล่าวหาโจทก์ผ่านรายการ สนธิทอล์ก และสื่อในเครือผู้จัดการ ว่าโจทก์ทุจริต 5 โครงการ 1 ซื้อที่ดินปลูกปาล์มของ ปตท.ที่อินโดนีเซีย 2.ที่กล่าวหาว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ให้กับหุ้น EARTH ทำให้ธนาคารกรุงไทยเสียหาย 3.สต็อกลมที่กล่าวหาว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับทุจริตสต็อกน้ำมัน 4.ฮั้วเรื่องการซื้อขายน้ำมัน และ 5.เกี่ยวข้องกับการเสนอให้ ปตท.เข้าซื้อหุ้นสตาร์ค เห็นว่า การกระทำของจำเลยเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่า ข้อความที่กล่าวหาโจทก์เมื่อบุคคลที่ 3 หรือบุคคลอื่นได้ฟังจะเข้าใจตามที่จำเลยใส่ความโจทก์จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์ แม้จำเลยนำสืบว่าไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงแต่เป็นการปะติดปะต่อเรื่องราวให้ประชาชนเข้าใจ ฟังไม่ขึ้น การกระทำของจำเลยเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์และหากเป็นตามที่จำเลยอ้างเมื่อรัฐเข้าไปมีหุ้นอยู่ใน ปตท.และบริษัทในเครือ ย่อมส่งผลเสียต่อประเทศชาติ การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และการเผยแพร่ข้อความผ่านทางสื่อเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 เป็นการกระทำความผิดกล่าวหาโจทก์ต่อเนื่องกันจึงเป็นความผิดกรรมเดียว ไม่ใช่การติชมโดยสุจริตจึงไม่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 326
...
ส่วนที่โจทก์เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากการไม่ได้รับการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าผลประกอบการจะได้รับผลอย่างไร แต่การลงทุนอาจจะกำไรหรือขาดทุนก็ได้ ศาลกำหนดให้จำเลยชดใช้ 1 ล้านบาท และส่วนที่จำเลยเรียกร้องค่าเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ศาลกำหนดให้ชดใช้ 1 ล้านบาท รวม 2 ล้านบาท

พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 ฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ลงโทษจำคุก 6 เดือน แต่การให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ให้จำเลยลงคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 2 ล้านบาท และค่าทนายความโจทก์ 2 หมื่นบาท คำขออื่นนอกจากนี้ขอให้ยก
ไม่รอลงอาญาเนื่องจากเคยต้องโทษมาก่อน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุกนายสนธิ 4 เดือน ไม่รอลงอาญา นายสนธิยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ โดยตีราคาประกัน 5 หมื่นบาท
รายงานข่าวจากศาลยุติธรรมแจ้งว่า ในคดีความผิดหมิ่นประมาท ซึ่งมีอัตราโทษไม่สูงมาก กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่รอลงอาญา เหตุที่ไม่รออาญาเนื่องจากลักษณะคดี ข้อกฎหมาย แนวทางการต่อสู้คดี แล้วที่สำคัญคือจำเลยเคยมีคดีที่ถูกลงโทษจำคุกจริงมาก่อนหน้านี้ไปแล้ว