ชาวบ้านแก่นเท่าบุกถือป้ายประท้วง ก่อสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ใน จ.ขอนแก่น หวั่นมลพิษ ซัดประชาพิจารณ์ไม่ชัดเจน เตรียมยื่นเรื่องคัดค้าน ด้านเลขาเจ้าของบริษัทลั่น ทำผ่านทุกขั้นตอนจนได้รับใบอนุญาตแล้ว
เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 31 มีนาคม 2569 บนถนนหน้าสถานที่ที่กำลังก่อสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น มีชาวบ้านแก่นเท่า ม.7 ต.บ้านฝาง อ.บ้านฝาง จ.ขอนแก่น กว่า 200 คน ถือป้ายคัดค้านการสร้างโรงงาน เป็นป้ายไม่เอามลพิษ ไม่เอาสารก่อมะเร็ง บ้านเราเป็นที่อยู่อาศัย ไม่ใช่โรงงาน และชุมชนเราไม่เอาโรงงานผสมยางมะตอย ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านฝาง และฝ่ายปกครอง
โดยบริเวณด้านหน้าที่กำลังมีการก่อสร้างโรงงานนั้น มีติดประกาศสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น เรื่อง การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการพิจารณาเกี่ยวกับโรงงานจำพวกที่ 3 ด้วย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น ประสงค์จะรับฟังความคิดเห็นของประชาชน กรณี สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น จะพิจารณาคำขอรับใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานของห้างหุ้นส่วนแห่งนี้ที่ประกอบกิจการผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ตั้งอยู่ในพื้นที่ ตำบลบ้านฝาง อำเภอบ้านฝาง จังหวัดขอนแก่น รายละเอียดตามเอกสารแนบท้ายประกาศนี้
บุคคลใดจะให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวข้างต้น ขอให้แจ้งให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นทราบ ภายในวันที่ 11 เมษายน พ.ศ. 2569 พ้นจากกำหนดนี้แล้ว สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น จะได้พิจารณาต่อไปประกาศ ณ วันที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2569
นางไอดาดา อายุ 54 ปี หนึ่งในชาวบ้านแก่นเท่า ที่เดินทางมาเดินคัดค้านการสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีต กล่าวว่า ที่บ้านพักอาศัยอยู่ห่างจากสถานที่ก่อสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีตประมาณ 1 กม. และอยู่ในทิศทางลมที่พัดจากโรงงานไปยังหมู่บ้าน และการก่อสร้างโรงงานแห่งนี้ ตนและชาวบ้านอีกจำนวนมากของบ้านแก่นเท่า ไม่รู้เรื่อง เพราะบริษัทที่จะมาสร้างโรงงาน ไม่เคยเข้าไปในหมู่บ้าน แจ้งชาวบ้านว่าจะทำประชาพิจารณ์ขอความเห็นจากชาวบ้านแต่อย่างใด มีเพียงการแจ้งผู้ใหญ่บ้าน และชาวบ้าน 6 คนที่ทราบเรื่อง และชาวบ้านจากที่อื่นไปประชุมและทำประชาพิจารณ์ที่โรงงาน ซึ่งทราบว่าผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้าน 6 คน ไม่มีใครเซ็นเอกสารที่ทางโรงงานนำมาให้เซ็น มีเพียงชาวบ้านจากที่อื่นเซ็นให้ และมาทราบอีกทีเมื่อมีเอกสารของอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น มาติดไว้ด้านหน้าสถานที่ก่อสร้างโรงงานดังกล่าว เมื่ออ่านดูทำให้รู้ว่าชาวบ้านที่ไม่เห็นด้วย สามารถคัดค้านได้
...
ชาวบ้านแก่นเท่า ม.7 จึงรวมตัวกันออกมาคัดค้านการสร้างโรงงานในจุดดังกล่าว และขอยืนยันว่าไม่เคยทราบว่าที่ดินแปลงดังกล่าวนั้นเป็นจุดที่สามารถสร้างโรงงานอุตสาหกรรมได้ เพราะตั้งแต่เกิดมา และอายุจนถึงขนาดนี้ ทราบเพียงว่าพื้นที่โดยรอบหมู่บ้านเป็นพื้นที่ทางการเกษตรและปลูกสร้างที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ที่ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม เพราะถ้าทางราชการอนุญาตให้สร้างโรงงานได้ แล้วบริษัทที่ต้องการสร้างโรงงาน ต้องลงทุนหลายสิบล้านบาท น่าจะไม่เลิกดำเนินการ แต่จะส่งผลกระทบกับชาวบ้าน และลูกหลานที่อยู่ในหมู่บ้านทั้งในปัจจุบันและในอนาคตด้วย
ตนเชื่อว่า เมื่อโรงงานอุตสาหกรรมสร้างเสร็จ มีรถบรรทุกสัญจรไปมาจำนวนมาก เกรงว่าจะกระทบกับถนนหนทาง และมีฝุ่นละออง ซึ่งหลังรวมตัวกันวันนี้ ก็จะเดินทางไปร้องเรียนกับอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่น และผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เพื่อคัดค้านการสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ในจุดดังกล่าว ให้บริษัทย้ายไปสร้างที่อื่น

ขณะที่ นางสาวศุภารัตน์ อายุ 31 ปี ชาวบ้านแก่นเท่า ซึ่งเป็นชาวบ้าน 1 ใน 6 คน ที่ได้เข้ารับฟังการประชุมและการทำประชาพิจารณ์ ในสถานที่ก่อสร้างโรงงาน เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 19 ก.พ. 69 ที่ผ่านมา เปิดเผยว่า หลังทราบเรื่องจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็เดินทางมายังสถานที่ก่อสร้างโรงงาน ซึ่งมีเต็นท์กางอยู่โดยมีตัวแทนบริษัท พนักงาน ให้การต้อนรับ รวมทั้งมีชาวบ้านจากหมู่บ้านอื่นมาร่วมรับฟัง ซึ่งตัวแทนบริษัทได้พูดถึงรายละเอียดการสร้างโรงงาน แต่ไม่ได้พูดถึงผลดี ผลเสียและผลกระทบกับชุมชนที่อยู่รอบโรงงาน แล้วก็มีการแจกเอกสารให้เซ็นชื่อ แต่ตนและชาวบ้านอีก 5 คน รวมถึงผู้ใหญ่บ้าน ไม่มีใครเซ็นชื่อในเอกสารให้ทางโรงงาน และในช่วงที่ตัวแทนบริษัทประชุมนั้นได้ถ่ายภาพและถ่ายคลิปส่งในไลน์กลุ่มหมู่บ้าน ให้เพื่อนบ้านทราบด้วย ซึ่งชาวบ้านจำนวนมากต่างไม่ทราบว่าจะมีการก่อสร้างโรงงานในจุดดังกล่าว เมื่อทุกคนทราบเรื่องต่างก็พากันคัดค้านและไม่เอาโรงงาน
ทางด้านนายธวัช โคะแสง ผู้ใหญ่บ้าน บ้านแก่นเท่า ม.7 กล่าวว่า ในฐานะผู้นำหมู่บ้าน เมื่อบริษัทที่จะสร้างโรงงาน เชิญให้ไปร่วมรับฟังรายละเอียดการสร้างโรงงานและการทำประชาพิจารณ์ในจุดดังกล่าวก็ไปฟัง แต่เมื่อถามกลับไปว่า มีผลกระทบอะไรกับชุมชนบ้าง เจ้าหน้าที่ไม่ตอบ ตนและชาวบ้านอีก 6 คนที่เดินทางไปร่วมรับฟัง แต่ไม่ได้เซ็นเอกสารใดๆ ให้กับโรงงานแม้แต่คนเดียว ผู้ใหญ่บ้าน และเป็นชาวบ้านแก่นเท่า ไม่เคยรู้มาก่อนว่า จุดที่บริษัทจะสร้างโรงงานผลิตแอสฟัลท์ติกคอนกรีตนั้น เป็นพื้นที่สีน้ำเงิน ที่ทางราชการอนุญาตให้สร้างโรงงานได้ เพราะที่ผ่านมาทราบเพียงว่าเป็นพื้นที่ทางการเกษตรที่ชาวบ้านทำไร่ ทำสวน
เมื่อมีการสร้างโรงงานในพื้นที่ ก็ไม่พบว่ามีการสร้างงาน หรือเชื่อได้ว่าจะสร้างความเจริญในพื้นที่ชุมชนได้ เกรงจะกระทบต่อถนน เดินทางไม่สะดวกและไม่ปลอดภัย และชาวบ้านก็ไม่เอา เพราะเกรงจะเกิดมลพิษ และมีผลกระทบกับลูกหลานในอนาคต จึงต้องออกมาเคลื่อนไหว นอกจากนี้ก็ได้มอบหมายให้ทนายความเป็นตัวแทนชาวบ้าน เข้ายื่นเรื่องคัดค้านการสร้างโรงงานดังกล่าว กับอุตสาหกรรมจังหวัดขอนแก่นและผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่นอีกด้วย
ในขณะที่ชาวบ้านเดินถือป้ายคัดค้านการสร้างโรงงาน ในจุดดังกล่าวนั้น ก็มีเลขาเจ้าของห้างหุ้นส่วนดังกล่าว ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ คงจะต้องมีการพูดคุยกันอีกครั้ง ถึงข้อดี ข้อเสีย ซึ่งที่เรากำลังดำเนินการสร้างนั้นเป็นเครื่องจักรแพลนต์ใหม่มือหนึ่ง ยังไม่ได้เกิดการสร้าง ยังไม่ได้เกิดฝุ่นหรือมลพิษ และการที่จะสร้างโรงงานได้จะต้องผ่านมาตรฐานของทางอุตสาหกรรมจังหวัด และมีชุมชนเห็นด้วยหรือไม่คัดค้าน และเครื่องจักรที่จะสร้างนั้นก็ได้มาตรฐานมีระบบกรองฝุ่น ไม่มีน้ำเสียไหลออกมา จะมีเพียงกลิ่นยางมะตอยตามปกติเหมือนมีการลาดยางมะตอยใหม่ ๆ ซึ่งระบบกักเก็บกลิ่นในตัวเครื่องจักรใหม่ก็จะมีการเก็บกักได้ดียิ่งกว่า ก็อยากให้ชุมชนเข้าใจด้วย หรือสามารถไปดูตัวอย่างของแพลนต์อื่นๆที่มีการดำเนินการสร้างดูว่าเป็นอย่างไร เพราะหากไม่สามารถทำได้เลยหรือมีการก่อมลพิษร้ายแรง คงไม่สามารถสร้างได้ เราคงไม่มีถนนลาดยางใช้ในปัจจุบัน
...
และอยากให้รู้อีกอย่างว่าโรงงานของเราไม่ได้เดินเครื่องจักรตลอด 24 ชม. อย่างที่ชาวบ้านเข้าใจ ซึ่งถนนหนึ่งเส้นจะใช้ระยะเวลาเพียง 2-4 วัน ก็จะหยุดไปอีกสักพัก กระทั่งบริษัทจะสามารถประมูลงานได้ซึ่งเป็นในส่วนของงานราชการ เราจึงจะได้มีการดำเนินการสร้างอีกครั้ง และกว่าจะเตรียมพื้นถนน และเข้าสู่ขั้นตอนการปูพื้น ก็ไม่ได้ทำตลอด 24 ชม. เดือนหนึ่งอาจจะมีแค่ 2 งาน หรือ 7-8 วันแล้วเว้นช่วงรอประมูลงาน
เลขาเจ้าของห้างหุ้นส่วน ให้สัมภาษณ์อีกว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการขออนุญาตก่อสร้างจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมทำหนังสือเชิญชุมชนในละแวกใกล้เคียงทำประชาคม ซึ่งมีทั้งนายอำเภอแต่ปลัดอำเภอมาแทน ท้องถิ่น ผู้นำชุมชน และชาวบ้าน กระทั่งผ่านขั้นตอนต่างๆมาและสามารถออกใบ ป.1 ซึ่งอนุญาตให้ก่อสร้าง โดยเฉพาะบ้านม่วงโป้ที่มีพื้นที่ในละแวกนี้เป็นจำนวนส่วนใหญ่ ในส่วนของบ้านแก่นเท่ามีจำนวนไม่มาก แต่ก็ได้ทำหนังสือไปยังผู้ใหญ่บ้านแก่นเท่า ม.7 อยู่ ซึ่งมีการประกาศผ่านทางหอกระจายข่าวในช่วงเย็นให้คนในชุมชนเข้าร่วมประชาคมเช่นกัน
โดยในวันที่มีการประชาคมนั้น ไม่ทราบว่าใครเป็นใครอยู่พื้นที่ไหน แต่ได้มีการบันทึกภาพและคลิปเอาไว้เป็นหลักฐานด้วย ซึ่งมีการพูดคุยสอบถามถึงข้อดีข้อเสีย และมีการพูดคุยถึงกรณีในอนาคต หากมีการดำเนินเครื่องจักรไปแล้ว แต่เกิดปัญหาด้านมลพิษขึ้น ก็จะมีการบังคับโดยอุตสาหกรรมจังหวัดให้ปรับปรุงแก้ไขจนกว่าจะผ่านมาตรฐานสามารถดำเนินเครื่องจักรต่อไปได้ เพราะเครื่องจักรมีระบบกักเก็บฝุ่นอยู่แล้ว
“อยากวอนขอให้ชาวบ้านไปดูตัวอย่างจากแพลนต่างๆ ว่าเป็นไปอย่างที่ชาวบ้านคิดหรือไม่ เพราะเรายังไม่ได้มีการสร้างอะไรขึ้นมาเลย และทั้งนี้ในการดำเนินการของทางบริษัทนั้นมีหลายหน่วยงานควบคุมกำกับดูแลอยู่แล้ว ทั้งเรื่องสิ่งแวดล้อม สาธารณสุข จากอุตสาหกรรมจังหวัด และเทศบาลแก่นฝาง ส่วนประชาคมก็มีการประชาคมไปแล้วกระทั่งผ่านทุกขั้นตอนจนได้รับใบอนุญาตมาแล้ว”
...