ผบช.น. สั่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ “ตำรวจ-กู้ภัย” เหตุสาวขี่จยย.ล้ม ดับคาโรงพัก ด้าน ผบ.ตร. สั่งถอดบทเรียนหาแนวทางป้องกันความสูญเสีย
จากกรณีญาติของ น.ส.วริศรา อายุ 21 ปี ผู้เสียชีวิต เข้าร้องขอความเป็นธรรม ต่อเพจสายไหมต้องรอดว่า น.ส.วริศรา ประสบอุบัติเหตุรถจยย.คว่ำเหตุเกิดบนถนนลาดพร้าว ในช่วงเช้ามืดของวันที่ 20 ก.พ. 68 ขณะนั้นมีฝนตกหนัก แต่เจ้าหน้าที่กู้ภัยกลับนำตัวไปส่งที่ สน.พหลโยธิน แทนที่จะนำส่งโรงพยาบาล เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีการเมาสุรา หลังจากทิ้งไว้เจ้าตัวเกิดอาการชักและเสียชีวิตที่โรงพักแต่คดีไม่คืบหน้า (อ่านข่าว : ผกก.สน.พหลโยธิน สั่งสอบวินัยตำรวจ เหตุสาวขี่จยย.ล้ม แต่กู้ภัยคิดว่าเมา สุดท้ายดับคาโรงพัก)
ความคืบหน้าที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ (9 มี.ค. 69) พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิต หลังได้รับทราบข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากรายงานของทางตำรวจและผ่านสื่อมวลชน จากรายงานเบื้องต้นทราบว่า เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 68 ได้มีผู้แจ้งเหตุรถจยย.ล้มบนถนนลาดพร้าว เจ้าหน้าที่สายตรวจของ สน.พหลโยธิน และเจ้าหน้าที่กู้ภัยที่ร่วมปฏิบัติหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ และประเมินอาการเบื้องต้นเห็นว่า ไม่ได้มีบาดแผลภายนอกนอกจากแผลถลอก รวมทั้งจากการพูดคุยเห็นว่า อาจจะมีอาการเมาสุราและไม่มีเอกสารยืนยันตัวตนในตอนนั้น จากนั้นได้นำมาส่งที่สถานีตำรวจ โดยได้พยุงมานั่งที่พักคอยของ สน.

...
พล.ต.ท.สยาม กล่าวว่า ขณะที่ผู้เสียชีวิตอยู่ที่สถานีตำรวจพอพูดคุยสื่อสารกันได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจประเมินแล้วคาดว่าไม่น่ามีอันตรายอะไรได้ให้พักคอย ระหว่างตำรวจดำเนินการตรวจเช็คทะเบียนรถและพยายามติดต่อหาญาติเพื่อให้มาดูแล แต่ปรากฏว่า ผู้เสียชีวิตอาการทรุดลงได้แน่นิ่งแล้วหลับไป จึงได้ประสานงานให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยมาดำเนินการช่วยเหลือ พอประเมินอาการแล้วเห็นว่าชีพจรอ่อนได้ดำเนินการปั๊มหัวใจ CPR แต่สุดท้ายเสียชีวิต
“ขณะนี้สั่งการให้ ผบก.น. 2 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยว่า ได้ดำเนินการช่วยเหลือผู้ป่วยครบถ้วนตามกระบวนการขั้นตอนหรือไม่ ทั้งฝั่งตำรวจและฝั่งกู้ภัย รวมทั้งมีข้อไหนที่เป็นการล่าช้าหรือข้อไหนที่ประเมินสถานการณ์ผิดพลาด หรือมีการปล่อยปละละเลยในส่วนใด จะต้องมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ด้วย พร้อมทั้งสั่งการให้นำสำนวนคดีที่ครอบครัวผู้เสียชีวิตแจ้งความดำเนินคดีกับตำรวจและกู้ภัยที่ สน.พหลโยธิน มารวมคดีอยู่ในความรับผิดชอบของ บก.น. 2 ได้สั่งให้ตั้งคณะพนักงานสอบสวน รวมทั้งต้องดำเนินการสอบปากคำทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ในวันเกิดเหตุ เพื่อเป็นการคลายข้อแคลงใจของครอบครัวผู้เสียชีวิตที่มองว่าคดีล่าช้า” ผบช.น.กล่าว
พล.ต.ท.สยาม กล่าวด้วยว่า ได้สั่งการให้ผบก.น. 2 ดำเนินการทุกเรื่องอย่างละเอียดและรอบคอบ รวมทั้งเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตทุกประการ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมถึงเจ้าหน้าที่กู้ภัยและตำรวจในวันเกิดเหตุด้วย กรณีดังกล่าวคล้ายกับกรณีเกิดขึ้นที่ สภ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา แม้กรณีดังกล่าวจะไม่เสียชีวิตก็ตาม
เบื้องต้นทาง ผบ.ตร.ได้มีข้อห่วงใยในเรื่องของการทบทวนแนวปฏิบัติของตำรวจ ให้นำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาวิเคราะห์เพื่อหาบทเรียน และแนวทางในการปฏิบัติของตำรวจหลังจากนี้ รวมทั้งจะต้องเชิญมูลนิธิกู้ภัยต่างๆ มาพูดคุยหารือแนวทางร่วมกับทางตำรวจ เช่นเดียวกับการดูแลและให้ความเป็นธรรมกับครอบครัวของผู้ได้รับความเดือดร้อนและทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง
“ข้อสำคัญที่สุด คือ ต้องไม่ให้เกิดความสูญเสียภายใต้ความรับผิดชอบของตำรวจอีก ที่ผ่านมาเวลามีคนเมาสุรา คลุ้มคลั่ง หรือวิกลจริต มักจะนำส่งสถานีตำรวจทุกครั้ง หลังจากนี้อาจมีแนวทางว่า ต้องนำส่งที่โรงพยาบาลก่อนทุกกรณีหรือไม่ เพื่อให้แพทย์ตรวจวินิจฉัยภายในร่างกายก่อนว่า มีอาการบาดเจ็บหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องของโรคประจำตัว ก่อนที่จะนำมาเข้าสู่กระบวนการของตำรวจ อย่างไรก็ตามประเด็นดังกล่าวต้องนำไปหารือเพื่อให้ได้ข้อสรุปอย่างละเอียดอีกครั้ง.”